Care

กลากน้ำนม แม่ดูแลได้ง่ายนิดเดียว

กลากน้ำนม คือโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง หลายคนเข้าใจว่า กลากน้ำนมมีสาเหตุจาก “น้ำนม” แต่จริง ๆ แล้ว กลากน้ำนมไม่ได้มีสาเหตุจากน้ำนมแต่อย่างใด แต่ที่ใช้ชื่อว่ากลากน้ำนมเพราะลักษณะของโรคที่เกิดบริเวณผิวหนังที่เปลี่ยนเป็นสีขาวเหมือนน้ำนม จึงถูกเรียกว่า กลากน้ำนม

กลากน้ำนมเกิดจากอะไร ?

กลากน้ำนม (Pityriasis alba) เป็นโรคที่เกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีที่ชั้นหนังกำพร้าทำงานผิดปกติ ทำให้ไม่สามารถสร้างเม็ดสีที่ผิวหนังได้ตามปกติ โดยผิวหนังส่วนนั้นจะมีสีจางลงเป็นสีขาว คลายกับหยดน้ำนม กลากน้ำนมเป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก จนถึงวัยรุ่น

สาเหตุที่ทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีผิดปกติยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน แต่คาดว่าอาจเกิดจาก แพ้แสงแดด แพ้ลม ติดเชื้อแบคทีเรีย หรือแพ้สบู่ที่มีด่างมาก

ลักษณะของกลากน้ำนม

กลากน้ำนมเริ่มจากมีรอยแดงเล็ก ๆ ขึ้นบริเวณผิว ซึ่งมักพบบริเวณใบหน้า หน้าผาก แก้ม และบริเวณ แขน คอ ไหล่ ต่อมาจากรอยแดงเล็กๆ จะเริ่มขยายเป็นวงขาว หรือเห็นเป็นสีผิวดูจางกว่าบริเวณใกล้เคียง มีขุยละเอียด ขอบเขตไม่ชัดเจน แต่จะมีขนาดประมาณ 0.5 - 5 ซม.

วิธีรักษาโรคกลากน้ำนม

- รักษาผิวที่เป็นกลากน้ำนมด้วยการใช้สบู่อ่อนๆ เช่น สบู่เด็ก ครีมอาบน้ำเด็กอ่อน หรือผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กอ่อนล้างทำความสะอาดร่างกาย และบริเวณที่เป็นกลากน้ำนม

- ใช้ผลิตภัณฑ์เด็กที่อ่อนโยน ผ่านการทดสอบ ไฮโป-อัลเลอร์เจนิก (Hypo-allergenic) ว่าปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้

- การรักษากลากน้ำนม คุณหมอหรือเภสัชกรอาจแนะนำให้ใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ ที่มีฤทธิ์อ่อน ๆ ทาบริเวณผิวที่เป็นกลากน้ำนมเพื่อรักษาค่ะ ไม่ควรซื้อยาสเตียรอยด์มาใช้เอง ควรอยู่ในการดูแลของคุณหมอ เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงได้ค่ะ

- หากปล่อยไว้ กลากน้ำนม อาจจะหายไปได้เองเมื่อผ่านไป 2-3 เดือน แต่บางครั้งอาจจะใช้เวลานานเป็นปีบริเวณผิวที่เป็นกลากน้ำนมถึงจะค่อย ๆ มีสีผิวกลับมาสม่ำเสมอดังเดิม

ป้องกันกลากน้ำนม แม่ดูแลได้ง่ายนิดเดียว

โรคกลากน้ำนมเมื่อเป็นแล้วก็อาจเป็นซ้ำได้อีก แต่อาจจะป้องกันและลดโอกาสเกิดกลากน้ำนมได้ ดังนี้

- สำหรับผิวลูกที่ยังบอบบาง อาจจะแพ้ง่าย พยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดช่วงแดดแรง ๆ ในช่วงเที่ยงถึงบ่าย

- หากต้องออกไปเจอแดดแรง ๆ ควรทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันแสงแดด แต่สำหรับเด็กทารกก่อน 6 เดือนยังไม่ควรใช้ครีมกันแดด เพราะผิวลูกยังบอบบางอาจจะแพ้ หรือระคายเคืองได้ ควรเริ่มใช้เมื่ออายุ 6 เดือนขึ้นไป และใช้ครีมกันแดดสำหรับเด็กโดยเฉพาะ

- ดูแลและบำรุงผิวลูกให้ชุ่มชื่นอยู่เสมอด้วยครีมบำรุงผิวหลังการอาบน้ำทุกครั้ง อย่าปล่อยให้ผิวแห้ง

- ให้ลูกรับประทานผักผลไม้ที่มีสารอาหารแคโรทีนอยด์ จำพวกผักผลไม้สีส้ม สีเหลือง เช่น แครอท ฟักทอง เพราะเบต้า-แคโรทีนจะช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายของแสงแดดได้

(คลิกดูเมนูอาหารจากผักที่ช่วยบำรุงดูแลผิว : Link ซุปผักบำรุงผิว)

x

บทความทั้งหมดเพื่อลูกรัก

ผลิตภัณฑ์ที่คุณแม่วางใจ

แคร์ สูตรไฮโป-อัลเลอร์เจนิก ผ่านการทดสอบทางการแพทย์ผิวหนัง
ว่าอ่อนโยน ไม่ระคายเคือง ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ปลอดภัยต่อผิวบอบบางเสมือนผิวลูกน้อย