Care

ดูแลลูกน้อยห่างไกลจากไรฝุ่น สาเหตุใหญ่ของภูมิแพ้ในเด็ก

อาการผดและผื่นแดงของลูกน้อย เกิดจากสภาพอากาศเมืองร้อนและแออัดที่เต็มไปด้วยฝุ่นควัน จนไม่น่าสงสัยเลยว่า เหตุใดจึงมีผู้ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้นทุกปี โดยอาการแรกเริ่มของภูมิแพ้ในเด็ก อาจเริ่มจากการที่ลูกน้อยมีอาการคัดจมูก จาม คันตา น้ำตาไหล จนกระทั่งลุกลามใหญ่โตเป็นผดผื่นบนผิวอันบอบบางของลูก แต่อาการภูมิแพ้ก็ไม่ได้มาจากความร้อนเหนียวเหนอะหรือฝุ่นควันเพียงอย่างเดียวนะคะ อีกสาเหตุใหญ่ที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ก็คือ “ไรฝุ่น” ที่ซ่อนตัวอยู่ในเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน และของใช้ต่างๆ ของลูก เรามาทำความรู้จักกับเจ้าไรฝุ่นตัวร้ายนี้และหาวิธีป้องกัน เพื่อการดูแลลูกน้อยให้แข็งแรง ไม่เป็นภูมิแพ้กันค่ะ

 

“ไรฝุ่น” หน้าตาเป็นแบบไหนกัน?

จะว่าไปก็คงไม่มีใครเคยเห็นไรฝุ่นตัวเป็นๆ เพราะไรฝุ่นมีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ส่วนหน้าตาก็จะใกล้เคียงกับแมงมุม เห็บ หรือหมัด มีการเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยใช้เวลาประมาณ 1 เดือน โดยแบ่งเป็น 4 ช่วง ได้แก่ ช่วงเป็นไข่ ช่วงตัวอ่อน 6 ขา ช่วงตัวอ่อน 8 ขา และเมื่อตัวเต็มวัยจะผสมพันธุ์ได้ 3-4 วัน ตัวเมียจะตกไข่วันละ 3 ครั้ง ตลอดชีวิตวางไข่ได้ 40-80 ฟอง และจะผสมพันธุ์เป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อยๆ ตลอดอายุขัยนาน 2 เดือน

 

“ไรฝุ่น” กับผิวของลูกน้อย

ความจริงที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ คือ ไรฝุ่นนั้นอยู่ใกล้ผิวลูกน้อยมาก เพราะไรฝุ่นชอบอากาศร้อนชื้น ซึ่งประเทศไทยมีอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับมันเป็นที่สุด โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน และอาหารโปรดของไรฝุ่นก็คือ เศษเซลล์ผิวหนังกำพร้าของคนที่ร่วงหล่น และสะสมในจุดที่ใช้อยู่เป็นประจำ เช่น ที่นอน โซฟา ฯลฯ เมื่อไรฝุ่นได้กินอาหารก็จะเติบโต และมีการขับถ่ายมูล ลอกคราบ ซึ่งสิ่งปฏิกูลเหล่านี้จะก่อให้เกิดภูมิแพ้ และทำให้ผิวที่บอบบางของลูกรักเกิดผดและผื่นแดงอันแสบร้อนได้อย่างง่ายดายค่ะ

 

ผื่นภูมิแพ้จากไรฝุ่น

ไรฝุ่นเกิดจากเศษฝุ่นเล็กๆ ที่ฟุ้งกระจายออกมาเวลาที่ลูกเล่นบริเวณนั้น ซึ่งเศษฝุ่นเหล่านี้จะมีขนาด เล็กเกินกว่าที่ขนจมูกจะดักจับไว้ได้ จึงสามารถเล็ดลอดเข้าไปในระบบทางเดินหายใจ แล้วสะสมอยู่ในปอด ตามมาด้วยโรคภูมิแพ้ โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ โรคหอบหืด โรคหลอดลมอักเสบ มีอาการทั้งไอ จาม น้ำมูกไหล เจ็บคอ จนกระทั่งรุนแรงเกิดเป็นผื่นแดงให้เห็นบนร่างกายลูกค่ะ

 

ดูแลลูกน้อยให้ห่างไกลจากไรฝุ่น

“การดูแลและป้องกัน” เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยดูแลผิวลูกน้อยให้ปลอดภัยจากไรฝุ่น เนื่องจากไรฝุ่นอยู่ได้ทั่วทั้งบ้าน และมีขนาดเล็กมาก จึงสามารถลอยมากับลม ติดมากับขนของสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน หรืออาจติดมากับเสื้อผ้าของคุณพ่อที่เพิ่งกลับจากการทำงานก็ได้ ดังนั้นการป้องกันไรฝุ่นจึงแบ่งออกป็น 2 วิธีด้วยกันดังต่อไปนี้ค่ะ

 

1. ป้องกันไรฝุ่นจากของใช้

ถึงแม้เครื่องใช้ในบ้านจะเป็นของที่เปลี่ยนใหม่ทั้งหมด แต่ก็รับประกันได้เลยว่าไรฝุ่นจะกลับมาอีกภายใน 6 เดือน จึงควรมีวิธีจัดการดังนี้

  • หากเป็นไปได้ ควรหลีกเลี่ยงใช้งานเครื่องนอน พรม และเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากเส้นใยที่มีอายุการใช้งานหลายปี หรือให้ใช้วิธีทำความสะอาดบ่อยๆ ด้วยน้ำร้อน และผึ่งตากเครื่องใช้เหล่านี้ในแดดที่แรงจัด เนื่องจากวัสถุที่เป็นเส้นใยจะเก็บกักไรฝุ่นได้มาก และทำให้เกิดผื่นคันที่ผิวลูกน้อยได้ง่าย
  • เลือกเครื่องใช้ที่มีเส้นใยสานกันแน่นสำหรับห้องนอนลูกโดยเฉพาะ เช่น พลาสติก เส้นใยไวนิล และไนลอน หรือเคลือบด้วยสารป้องกันไรฝุ่น เพื่อป้องกันไม่ให้ไรฝุ่นเข้ามายุ่มย่ามกับผิวลูก
  • ดูดฝุ่นและทำความสะอาดเครื่องใช้ในบ้านเป็นประจำ

 

2. ดูแลร่างกายลูกน้อย

คุณพ่อคุณแม่สามารถปกป้องผิวลูกน้อยจากไรฝุ่นได้ดังต่อไปนี้

  • อาบน้ำลูกน้อย ด้วยสบู่สูตรอ่อนโยนที่ผ่านการทดสอบ ไฮโป-อัลเลอร์เจนิกจากสหรัฐอเมริกา ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้และไม่ระคายเคือง จึงปลอดภัยต่อผิวที่บอบบางของลูกน้อย
  • หลังจากที่ลูกอาบน้ำเสร็จแล้ว ให้ทาตัวลูกด้วยแป้งที่มี ฮาย-ขมิ้น ซึ่งสามารถลดผดผื่นที่เกิดจากความเปียกชื้น ช่วยให้ลูกน้อยสบายตัวและมีความสุขตลอดทั้งวัน

 

การดูแลความสะอาดภายในบ้านและร่างกาย เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ที่จะช่วยดูแลลูกน้อยให้ห่างไกลจากตัวไรฝุ่น สามารถป้องกันการเกิดผื่นภูมิแพ้ได้อย่างยั่งยืนค่ะ

x

บทความและผลิตภัณฑ์ที่แคร์อยากแนะนำ

บทความทั้งหมดเพื่อลูกรัก

ผลิตภัณฑ์ที่คุณแม่วางใจ

แคร์ สูตรไฮโป-อัลเลอร์เจนิก ผ่านการทดสอบทางการแพทย์ผิวหนัง
ว่าอ่อนโยน ไม่ระคายเคือง ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ปลอดภัยต่อผิวบอบบางเสมือนผิวลูกน้อย