Care

ผื่นกุหลาบ ผื่นตัวร้ายแฝงของใช้เด็ก

ผื่นกุหลาบหรือโรคกลีบกุหลาบ (Pityriasis Rosea หรือ PR) เป็นผื่นที่มีลักษณะเด่นเฉพาะตัว คือจะมีลักษณะผื่นเป็นวงรีหรือวงกลมรูปไข่ มีสีออกแดงชมพูคล้ายสีของดอกกุหลาบ จึงเป็นที่มาของคำว่าผื่นกุหลาบหรือโรคกลีบกุหลาบ โดยคนโบราณจะเรียกผื่อนกุหลาบที่ขึ้นมาพร้อมกับอาการไข้นี้ว่า "ส่าไข้" ดังนั้นเมื่อได้ยินว่าส่าไข้ในเด็กหรือทารกจะหมายถึงโรคผื่นกุหลาบด้วยค่ะ

สาเหตุของผื่นกุหลาบเกิดจากการไม่แยกของใช้เด็ก

โรคนี้พบได้บ่อยตลอดทั้งปีและอาจมีการระบาดในบางฤดู ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส Human Herpesvirus 6 (HHV-6) และ Human Herpesvirus 7 (HHV-7) ที่ปะปนอยู่ในน้ำลายและเสมหะของผู้ป่วย หรือติดต่อด้วยการสัมผัสและใกล้ชิดกับผู้ป่วยโดยตรง เช่น ใช้สิ่งของร่วมกันกับผู้ป่วยโดยตรง อย่างการไม่แยกแก้วน้ำซึ่งเป็นของใช้เด็กออกจากผู้ใหญ่ หรือกินอาหารโดยไม่ใช้ช้อนกลาง เป็นต้น ซึ่งเชื้อไวรัสนี้พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย เริ่มตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น และยิ่งพบได้มากในเด็กเล็กๆ และเคยมีรายงานว่าเคยพบโรคนี้ในทารกที่อายุเพียง 3 เดือนเท่านั้นเอง

ลักษณะอาการผื่นกุหลาบ

ผื่นแแบ่งได้เป็น 2 ช่วงใหญ่ๆ คือ

1. ช่วงก่อนผื่นขึ้น

หลังจากที่เด็กได้รับเชื้อไวรัส จะใช้เวลาฟักตัว 5-15 วัน แล้วแต่ภูมิคุ้มกันของร่างกาย จากนั้นเด็กจะมีไข้ขึ้นสูงแบบเฉียบพลัน ตัวร้อน ไม่สบายตัว หงุดหงิดง่าย ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ และเบื่ออาหาร แต่ในบางรายอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วยเล็กน้อย เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ในช่วงก่อนผื่นขึ้นคุณพ่อคุณแม่ต้องระวังสังเกตเรื่องอาการแทรกซ้อน และควรแยกของใช้เด็กให้ดี เนื่องจากเด็กจะมีไข้ขึ้นสูงประมาณ 39.5-40.5 องศาเซลเซียส และต่อมน้ำเหลืองโต อาจทำให้เด็กเกิดอาการชักรุนแรงจนทำให้เยื่อบุสมองอักเสบ ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ตับอักเสบ ในเด็กที่ร่างกายอ่อนแอมากๆ อาจมีอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงกว่า เช่น ปอดอักเสบ ตับอักเสบ ไขกระดูกไม่ทำงาน เป็นต้น

2. ช่วงออกผื่น

เด็กจะมีไข้อยู่ประมาณ 3-5 วัน จากนั้นไข้ก็จะลดลงไปเองแบบเฉียบพลัน หลังจากนั้นภายในไม่กี่ชั่วโมงจะมีผื่นแดงขึ้นตามผิว ลักษณะนูนเล็กน้อย หรืออาจมีวงผื่นสีแดงจางๆ ล้อมรอบผื่นแดงอีกทีหนึ่ง ขนาดประมาณ 2-5 มม. ขึ้นตามตัว โดยเริ่มที่หน้าอก ท้อง แผ่นหลัง แล้วเริ่มกระจายไปที่คอและแขน แต่จะเป็นอยู่แค่ 2 วัน ผื่นแดงเหล่านี้ก็จะจางหายไปเอง ในช่วงที่ผื่นขึ้นเด็กก็จะกลับมามีอาการปกติ สามารถวิ่งเล่นได้ตามปกติทุกอย่าง โรคนี้พบได้มากในทารกและเด็กเล็ก แต่ที่น่ากลัวเนื่องจากเด็กจะมีไข้สูงเฉียบพลัน ทั้งๆ ที่เด็กยังมีอาการเป็นปกติทุกอย่าง ทำให้คุณพ่อคุณแม่ส่วนมากไม่ทันระวังจนไข้ขึ้นสูงและมีอาการแทรกซ้อนตามมาได้

วิธีการรักษาผื่นกุหลาบ

1. โรคนี้เป็นแล้วสามารถหายได้เอง และไม่มียารักษาเฉพาะ โดยในช่วงที่ลูกมีไข้สูงให้ดื่มน้ำมากๆ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว ร่วมกับให้กินยาพาราเซตามอล แต่ห้ามให้กินยาแอสไพรินโดนเด็ดขาด

2. ให้ลูกพักผ่อนนอนหลับอย่างเพียงพอ

3. ในระยะออกผื่นหากลูกไม่มีไข้ก็ไม่ต้องให้กินยา

4. ระยะออกผื่น โดยส่วนมากจะไม่มีอาการคัน แต่หากลูกมีอาการคัน สามารถบรรเทาได้ด้วยการทาแป้งที่มี ฮาย-ขมิ้น เนื้อแป้งเนียนละเอียด ช่วยลดการระคายเคืองต่อผิวของลูกน้อยค่ะ

การป้องกันผื่นกุหลาบ ต้องระมัดระวังของใช้เด็กให้ดี

1. หากพบผู้ป่วยภายในบ้าน ให้รีบแยกผู้ป่วยออกให้ห่างจากเด็กๆ จนถึง 2 วันหลังไข้ลด

2. ห้ามใช้หรือกินของร่วมกับผู้ป่วยโดยเด็ดขาด แนะนำให้แยกของใช้เด็ก ออกจากคนอื่นๆ

3. หมั่นอาบน้ำและล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ที่ผ่านการทดสอบ ไฮโป-อัลเลอร์เจนิกจากสหรัฐอเมริกา จึงมั่นใจได้ว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวลูกน้อย

โรคผื่นกุหลาบมีต้นเหตุมาจากการติดต่อจากผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อไวรัสชนิดนี้ หากคุณพ่อคุณแม่หมั่นดูแลรักษาความสะอาดให้ข้าวของใช้เด็ก ก็จะเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงที่เค้าจะเป็นผื่นกุหลาบลงได้มาก และที่สำคัญก็คือควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อทำความสะอาดที่ผ่านการทดสอบ ไฮโป-อัลเลอร์เจนิกจากสหรัฐอเมริกา เพื่อการปกป้องลูกน้อยที่อ่อนโยนด้วยนะคะ

x

บทความทั้งหมดเพื่อลูกรัก

ผลิตภัณฑ์ที่คุณแม่วางใจ

แคร์ สูตรไฮโป-อัลเลอร์เจนิก ผ่านการทดสอบทางการแพทย์ผิวหนัง
ว่าอ่อนโยน ไม่ระคายเคือง ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ปลอดภัยต่อผิวบอบบางเสมือนผิวลูกน้อย